Web Site Builder

คำถามที่ถามบ่อย


วัตถุประสงค์ของปฏิทินดาวเรียงตัว 


  • ปฏิทินนี้ จัดทำขึ้นเพื่อช่วยสนับสนุนการวิจัยเกี่ยวกับการคาดการณ์ภัยธรรมชาติและการจัดทำระบบเตือนภัยภาคประชาชน ที่มีเหตุมาจากการแกว่งตัวของพลังงานจากนอกโลก และเป็นนวัตกรรมต้นแบบที่ยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการใช้งานได้งานและสะดวกมากขึ้นในอนาคต  
  • ปฏิทินนี้ ออกมาโดยหลักเพื่อใช้เป็นเครื่องมื่อในการเตือนสติ ในการดำเนินชีวิตประจำวันด้วยความไม่ประมาท เพื่อให้จิตใจอยู่เหนืออิทธิพลจากดวงดาว
  • ปฏิทินนี้ยังสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นเครื่องมือภาคปฏิบัติในการสังเกตปรากฏการณ์ธรรมชาติบนโลกในภาพรวม ส่วนในภาคทฤษฏีนั้นสามารถศึกษาได้จาก www.kpsquare.com/en


ใช้ทฤษฏีอะไรในการอธิบายปรากฏการณ์ดาวเรียงตัว  


ปรากฏการณ์ดาวเรียงตัวนั้น สามารถอธิบายได้ตามหลักวิทยาศาสตร์โดยใช้ปรากฏการณ์คลื่นที่มีอยู่ในอวกาศหลายรูปแบบ โดยคลื่นที่ประเมินว่ามีผลส่งต่อการแกว่งตัวของพลังงานนั้นคือ คลื่นแรงโน้มถ่วง และคลื่นพลาสม่า ที่มีการเสริมหรือหักล้างกันในระบบสุริยะ ซึ่งมีแรงกระทำหลักๆมาจากดวงอาทิตย์ โดยมีดาวเคราะห์ที่โคจรล้อมรอบ เป็นจุดเสถียรที่ทำให้เกิดความแปรปรวนของอวกาศรอบๆดาวแต่ละดวง เมื่อดาวโคจรมาเรียงตัวกัน  


ปฏิทินดาวเรียงตัวใช้งานอย่างไร 


ใช้บอกว่าวันไหนจะมีการเรียงตัวของดาวมากที่สุด หรือ น้อยที่สุด บ้าง และดาวดวงใดมีความเด่นในวันดังกล่าว ตามการสังเกตแล้ว พบว่า ช่วงที่มีการแกว่งตัวสูงของดัชนีดาวเรียงตัว จะเป็นช่วงที่สภาพอากาศบนโลกมีการแกว่งตัวสูง เช่น สภาพอากาศร้อน หรือ เย็นอย่างรวดเร็วกว่าปกติ เกิดฝน พายุ หรือ แผ่นดินไหว มากกว่าปกติ รวมถึงผลกระทบกับจิตใจมนุษย์  


มีมาตรวัดที่เป็นมาตรฐานหรือยัง 


แม้จะมีการเก็บสติอย่างต่อเนื่องมาหลายปี และได้ข้อสรุปอย่างคร่าวๆจากสังเกตโดยตรงและจากสถิติเหล่านี้ แต่ยังไม่มีการจัดทำค่ามาตรฐานในการวัดผลในเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ เพราะมีเวลาและทรัพยากรอย่างจำกัดในการทำเรื่องนี้  


แถบสีในปฏิทินหมายความว่าอย่างไร 


ในปฏิทินจะมีแถบสีอยู่สองแบบคือ สีส้ม และ สีเหลือง โดยวันที่แถบสีส้มจะเป็นวันที่คาดการณ์ว่าจะมีการแกว่งตัวของพลังงานในอวกาศอย่างรวดเร็ว ฉับพลัน ซึ่งส่งผลเป็นความแปรปรวนบนโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วฉับพลัน เช่น  

ฝนตกหนักในระยะสั้นอันสั้น ความเร็วลมพายุบนโลกในภาพรวมมีการเปลี่ยนแปลงสูง แผ่นดินไหวที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติ เป็นต้น ในขณะที่วันของปฏิทินที่มีแถบสีเหลืองจะเป็นวันที่มีการแกว่งตัวมากกว่าปกติ แต่น้อยกว่า แถบสีส้ม รวมถึง การแกว่งตัวที่เป็นจุดเปลี่ยนของพลังงาน จากค่าสูงสุด และค่าต่ำสุด หรือในทางตรงกันข้าม เป็นเหตุให้เป็นวันที่ควรสังเกตที่อาจมีวิฤกติของธรรมชาติเกิดขึ้น (ในกรณีที่เป็นจุดเปลี่ยนของพลังงาน) หรือ เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่จะนำไปสู่จุดวิกฤติได้ ดังนั้นวันเหล่านี้ อาจเป็นวันที่เห็นความวิฤกติของธรรมชาติสูงสุด หรือ จะเป็นวันควรจะเริ่มสังเกตถึงการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ 


สัญลักษณ์ของดาวแต่ละดวงในปฏิทินมีผลอย่างไร  


ดาวแต่ละดวงมีผลแตกต่างกันขึ้นอยู่กับขนาด และ ระยะห่างจากโลก หรือ ดวงอาทิตย์ เนื่องจากปฏิทินถูกออกแบบมาให้ใช้สังเกตปรากฏการณ์บนโลก อิทธิพลของดาวจึงเกี่ยวข้องกับผลที่โลกเป็นหลัก การอธิบายผลของดาวแต่ละดวงนั้นไม่สามารถทำได้ในเชิงความเข้าใจวิทยาศาสตร์ปัจจุบัน  


จากการสังเกตโดยคร่าวพอสรุปได้ว่า  

  • ดาวพุธ เป็นดาวที่มีอิทธิพลต่อปฏิกิริยาดวงอาทิตย์สูง และส่งผลในเชิงการแกว่งตัวของพลังงานอย่างฉับพลันได้ง่าย จึงใช้บ่งบอกถึงภัยธรมชาติบนโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันสูงเช่น แผ่นดินไหว หรือ ปฏิกิริยาใต้ดินอื่นๆ เป็นต้น  
  • ดาวศุกร์ เป็นดาวที่มีอิทธิพลต่อโลกสูง ในเชิงความแปรปรวนของอวกาศ และ อากาศรอบๆโลก จึงใช้บ่งบอกถึงภัยธรรมชาติบนโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงสูงโดยเพราะในชั้นบรรยากาศ เช่น พายุ ฝนฟ้าคะนอง  
  • ดาวโลก เป็นดาวที่มีความสำคัญ เพราะจะเป็นจุดศูนย์กลางของการเรียงตัวในวันดังกล่าว จึงสามารถมีภัยธรรมชาติเกิดขึ้นได้หลายแบบ ขึ้นอยู่กับค่าดัชนีดาวเรียงตัวสูง (ยิ่งมีค่าสูง ยิ่งส่งผลมาก) และระดับการแกว่งตัวของดัชนี  
  • ดวงจันทร์ เป็นดาวบริวารที่มีอิทธิพลต่อโลก เกี่ยวกับสภาพจิตใจ สภาพอากาศ หรือ อื่นๆ  
  • ดาวพฤหัส และ ดาวเสาร์ เป็นดาวเคราะห์ที่มีความสำคัญในระบบสุริยะ เพราะมีขนาดใหญ่ มักจะเป็นตัวกำหนดวันที่จะมีเหตุการณ์ภัยธรรมชาติบนโลกที่มากกว่าปกติ  


ดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ นำมาใช้ประกอบการสังเกตร่วมกับการเรียงตัวของดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ แต่พบว่า ผลกระทบไม่มากเท่ากับดาวที่กล่าวมาข้างต้น  


ข้อควรระวังในการใช้งาน


แม้ว่าปฏิทินจะช่วยบ่งบอกถึงเหตุปัจจัยนอกโลกที่จะส่งผลต่อโลกในแต่ละวัน ยังมีเหตุปัจจัยบนโลกด้วย (ซึ่งขึ้นกันสภาพอากาศตั้งต้น ในแต่ละพื้นที่) มาประกอบ จึงควรใช้งานในเชิงการวางแผนคร่าวๆ ควรสังเกตธรรมชาติและเก็บสถิติด้วยตนเองเพื่อเกิดความเข้าใจ และนำไปใช้ประโยชน์ตามที่เห็นว่าเหมาะสม